เชิญชวนสะสม
เชิญชวนสะสมฉบับที่ 134 ทางนิตยสารตรีมูรติของนำเสนอวัตถุมงคลเครื่องรางของขลัง พระเกจิอาจารย์หลายท่านมักนิยมปลุกเสกเครื่องรางของขลังที่เป็นรูปบรรดาสัตว์ต่างๆ แต่ในฉบับนี้ทีมงานขอนำเสนอเครื่องรางของขลังที่เป็น "ครุฑ" ให้ท่านได้บูชา ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกันก่อนว่าทำไมพระเกจิอาจารย์หลายท่านถึงได้นำ "ครุฑ" มาปลุกเสก ให้ลูกศิษย์ที่นับถือบูชา "ครุฑ" นั้นเป็นสัตว์กึ่งครึ่งเทพ มีบทบาทปรากฏทางวรรณคดีหลายต่อหลายเรื่อง นับตั้งแต่สมัยอินเดีย โบราณว่า "ครุฑ"กับ"นาค" เป็นพี่น้องต่างมารดากัน แต่ไม่ถูกกัน มีเรื่องให้มีทะเลาะเบาะแว้งถึงขั้นรบราฆ่าฟันกันตลอดเวลา แต่คนไทยรู้จัก "ครุฑ" ในฐานะเป็นสัตว์พาหนะของ"พระนารายณ์" ในอดีต"พระนารายณ์"กับ "ครุฑ" ทำสงครามรบกันแต่ปรากฏว่าไม่มีใครสามารถชนะกันได้ ทั้งคู่จึงได้ทำสัญญาสงบศึก โดยพระนารายณ์ให้พร "ครุฑ" เป็นอมตะไม่มีใครฆ่าตาย ส่วน"ครุฑ"ขอเป็นยานพาหนะให้พระนารายณ์ขี่
"ครุฑ"เข้ามามีบทบาทในประเทศไทยตั้งแต่สมัยอยุธยา ไทยได้รับลัทธิเทวราชาของอินเดีย ถือว่ากษัตริย์เป็นอวตารของพระนารายณ์ด้วยฤทธานุภาพของพญาครุฑ จึงมีการสร้าง รูปครุฑพ่าห์ หรือ รูปครุฑกางปีก และใช้เป็นสัญลักษณ์สำคัญเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์มาตั้งแต่บัดนั้น ดังปรากฏในดวงตราหรือพระราชลัญจกรประจำพระองค์ ประจำแผ่นดิน ประจำราชวงศ์ และประจำรัชกาล เป็นต้นพระราชลัญจกรครุฑพ่าห์ ถูกใช้เป็นตราประทับหนังสือราชการแผ่นดินที่เป็นพระบรมราชโองการ และหนังสือราชการแผ่นดิน มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ต่อมาจึงมีการใช้ ตราครุฑ เป็นหัวกระดาษของหนังสือราชการทั่วไป เพื่อทราบว่างานนั้นเป็นราชการ ส่วนครุฑที่เป็นธงแทนพระองค์พระมหากษัตริย์ เรียกว่า ธงมหาราช เป็นรูปครุฑสีแดงอยู่บนพื้นธงสีเหลือง เริ่มใช้ในสมัยรัชกาลที่ 4 ธงนี้จะเชิญขึ้นเหนือเสา ณ พระราชวังใดแสดงว่า พระมหากษัตริย์ประทับอยู่ ณ ที่นั้น
เมื่อผู้อ่านหลายท่านพอจะทราบเรื่องราวของ"ครุฑ"กันบ้างแล้ว ทางนิตยสารตรีมูรติฉบับนี้ได้นำเสนอเครื่องรางของขลังที่ได้รับการปลุกเสกของพระเกจิอาจารย์ดังด้วยกัน 2 ท่าน
พระเกจิอาจารย์ท่านแรก คือ หลวงพ่อวราห์ แห่งวัดโพธิทอง ท่านเกิดในครอบครัวบิดาเป็นชาวไทยมุสลิมและมารดาเป็นขาวไทยพุทธ ในวัยเยาว์จึงนับถือทั้ง 2 ศาสนา กระทั่งอายุได้ 23 ปี ครอบครับได้เกิดเภทภัยเป็นอย่างมาก จึงได้ตั้งจิตอธิษฐานกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอให้ครอบครัวพ้นภัยพิบัติ ซึ่งเมื่อประสบผลสำเร็จตามที่ขอ จึงเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ เมื่อวันที่ 6 ก.ค.2528 ณ พัทธสีมาวัดโพธิทอง หลังบวขเรียน ได้ออกธุดงค์ไปศึกษาวิชาทางธรรม และร่ำเรียนวิชาอาคมจากเกจิอาจารย์หลายสำนัก อาทิ หลวงปู่มุจลินทร์ ที่มาสอนวิชาทางนิมิต หลวงปู่เขียน วัดตะคล้อ จ.นครสวรรค์ หลวงปู่ใหญ่ เกจิขื่อดัง แห่งภาคอีสาน ร่ำเรียนวิชาจนอาคมกล้าแกร่ง จึงได้กลับมาอยู่วัดโพธิทองเพื่อสงเคราะห์ญาติโยม ต่อมาปี 2535 ได้เกิดนิมิต มีพญาครุฑ 2 องค์ มาบอกว่าอยู่ที่วัดโพธิทองมานาน เป็นรูปพญาครุฑเนื้อไม้แกะสลัก ถูกเก็บไว้โดยไม่มีใครสนใจ องค์แรกชื่อ "พญาครุฑเวสชัยยัน" องค์ที่สองชื่อ "พญาครุฑพระยาสุบรรณ" จากภาพนิมิตหลวงพ่อวราห์ ได้ศึกษารูปแบบพญาครุฑทั้ง 2 องค์ จึงได้จัดสร้างเครื่องราง"พยาครุฑ" 2 รูปแบบ คือ พญาครุฑ "รุ่นล้างอาถรรพณ์" และพญาครุฑ "รุ่นโคตรรวย" ในปี 2537 ด้วยเหตุที่จัดสร้างคือ "พยาครุฑ"มีอิทธิฤทธิ์ปราบไตรจักร มีกายสิทธิ์ไม่มีผู้ใดสามารถฆ่าให้ตายได้ อีกทั้งยังมีพลังอำนาาจบารมีสูงล้ำด้วยสติปัญญา มีบริวารมากมาย สามารถช่วยปกป้องลูกศิษย์ที่นับถือได้อย่างปลอดภัย
พระเกจิอาจารย์องค์ที่สอง หลวงปู่ผาด อภินนฺโท หรือ พระครูมงคลสาธุวัตร แห่งวัดไร่ จ.อ่างทอง ประวัติของท่านมีบิดาชื่อนายเหนี่ยง ทองฟู มารดาชื่อนางแจ๋ว ทองฟู ท่านมีพี่น้องร่วมบิดา-มารดากันเป็นชายทั้งหมด โดยท่านเป็นคนกลาง ในวัยเด็กท่านศึกษาชั้นประถมที่โรงเรียนประชาบาลวัดยางมณี จนจบชั้น ป.๔ ท่านได้รับเมตตาจาก ท่านเจ้าคุณรัตนมุนี อัตทัสสีมหาเถระ วัดชีโพน ซึ่งเป็นเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในสมัยนั้น โดยได้ศึกษาพระปริยัติธรรม และกรรมฐานจากพระอาจารย์โดยละเอียดชัดแจ้ง
เมื่ออายุครบบวชได้อุปสมบท ณ วัดยางมณี เมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๔๘๑ โดยมีหลวงพ่อปลื้ม วัดช้าง เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อชวน วัดยางมณี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และหลวงพ่อแทน วัดกำแพง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ หลังจากบวชเสร็จ ท่านได้เดินทางมาศึกษาพระปริยัติธรรมที่วัดมหาธาตุ กรุงเทพฯ และศึกษาวิชาธรรมกายจาก หลวงพ่อสด หรือ ท่านเจ้าคุณพระมงคลเทพมุนี วัดปากน้ำภาษีเจริญ ธนบุรี จนท่านบรรลุวิชาเข้าถึงดวงธรรมกาย และได้รับการยืนยันรับรองจากปากหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ว่า “แสงแห่งพระธรรมกายนั้น ถ้าหยุดถูกที่แล้วจะสว่างไสวยิ่งกว่าพระอาทิตย์สักร้อยดวงมารวมกัน ถ้าใครยังไม่เชื่อให้ถามพระจากอ่างทององค์นี้ดู เพราะท่านสำเร็จธรรมกายขั้นสูงสุดแล้ว” พูดพลางหลวงพ่อสดก็ชี้มือมาที่หลวงปู่ผาด

นอกจากนี้หลวงปู่ผาด ยังร่ำเรียนวิชาอาคมจากพระเกจิอาจารย์หลายท่าน เช่น หลวงพ่อภู วัดดอนรัก เรียนทำเบี้ยแก้ เสกปรอท จากหลวงพ่อพัก วัดโบสถ์ เรียนทำตะกรุดโบสถ์ลั่นจากหลวงปู่คำ วัดโพธิ์แก้ว

หลวงปู่ผาด แห่งวัดไร่ ขึ้นชื่อปลุกเสก "ครุฑ"ขลัง  มีพุทธคุณครอบจักรวาล โดยเฉพาะเรื่องค้าขาย มีของๆท่านพกติดตัว ไม่มีคำว่าอับจน ขัดสนเรื่องเงินทองมีให้ได้ใช้เรื่อยๆไม่ขาดมือ

                    ครับนิตยสารตรีมูรติฉบับที่ 134 ก็ขอเชิญชวนสะสม "พญาครุฑ" ของสองพระอาจารย์ให้แฟนตรีมูรติได้เช่าไปคุ้มครองตนเอง และครอบครัวให้รอดปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง รักชอบศรัทธาหลวงองค์ไหนเชิญเช่าตามอัธยาศัย ครับฉบับนี้ผู้เขียนต้องขอลาไปก่อนฉบับหน้าจะนำพระดีๆมาให้สะสมกันใหม่ สวัสดีครับ

                             


                   

                   

                  

                   




    

                          


ศุภาลัย เวอเรนด้า รามคำแหง 298 ถนน รามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240
Tel : 081-809-2398 | Line ID: @chao_trimulati (มี@ด้านหน้า) 
สถิติเยี่ยมชม ||  วันนี้ : 1024 คน    เดือนนี้ : 4923 คน    ปีนี้ : 387982 คน    ทั้งหมด : 10882940 คน